Unforgettable swim


…………………………………………………………………………………………………………………………………………

กฏเกณฑ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา  เราก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไปกับมันให้ได้

สมัยที่ยังไม่มีกล้องดิจิตอล   ผมจะถ่ายจนหมดฟิล์มสุดท้าย (จนที่ขึ้นชัตเตอร์ค้าง) เลือกฟิล์มอั๊กฟ่าไม่งั้นก็มิทซู (ถ้ามี)  เพราะถูกตางค์ดี  ในแง่การใช้งานผมเชื่อว่าคงไม่ต่างกันเท่าไหร่กับโกดัก,ฟูจิ

เวลานำฟิล์มไปล้างก็จะพยายาม ส่องดูฟิล์มที่ทางร้านไม่ได้อัดให้  บางร้านมีคอนแทคปริ้นให้    ก็ดีหน่อย

พอมายุคกล้องดิจิตอลรุ่นแรก  ๆ  ก็จะถ่ายจนเมมโมรี่หมดแล้วนำภาพมาคัด  เลือกที่ดีสุดนอกนั้นดีลีททิ้ง

มาถึงยุคปัจจุบันพฤติกรรมเปลี่ยนอีก   คือถ่ายจนแบตหมด  หุ  หุ  หุ………  ไฟล์ภาพจากปรับที่ 1-2 ล้าน  ตั้งไปที่ 3-5 ล้าน  กะเผื่อไปฝากขายที่ Photo stock  มั้ง        ลำพัง  8 G ก็ถ่ายจนเมื่อย  แล้ว 32 G….. โห

…………………………………………………………………………………………………………………………………………

มีโอกาสคุยกับโคชระหว่างกินข้าวแกงกลางวัน   โคชเป็นคนฝรั่งเศส  ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง   ภาษาไทย  นิ หน่อย

คุยไป  ก็เบรคกันไป   “เธอเข้าใจหรือป่าว……” ผมก็    ” OK ” บวกสีหน้าประกอบ   ขืนไม่ทำแบบนี้เหนื่อยทั้งคู่

ผมก็ยิงคำถามแบบสไตล์ผู้สื่อข่าวช่อง 7 อยากรู้อะไรถามเข้าไป     ผมคนไทย  ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง   เอกเยอรมัน ….ตอนสงครามโลกเยอรมันก็บุกยึดฝรั่งเศสมาแล้ว   เพราะฉะนั้นจะกลัวอะไร

2 ประเด็นหลัก ๆ เลยที่เก็บมาได้จากการสนทนา

  • Tempo:โคชใช้คำว่า Tempo  ในการอธิบาย  การว่ายจังหวะจะต้องสม่ำเสมอ   ไม่รวนช้าเร็วได้  ไม่ใช่เร็วแล้วจังหวะเสีย ……นึกถึงเล่นดนตรีเลยแฮะ
    หมั่นซ้อมให้จังหวะแน่นก่อนแล้วค่อยสปีด   อย่าลืมนะว่าถ้ารวนเสียจังหวะนั่นหมายถึงเวลาที่สูญเสียไปเป็น…. วิ วิ วิ   ชนะกันก็อยู่ที่  วิ วิ วิ นี่แหละ
  • Technic/work hard: ถ้า Tempo สามารถควบคุมได้อย่างดี  ก็มาดูที่เทคนิคกัน  การฝึกซ้อมหนักอย่างเดียวไม่สามารถคว้าชัยชนะได้หรอก  การฝึกซ้อมหนักทำให้รู้สึกน่าเบื่อ   อาจส่งผลต่อสรีระและร่างกายทางลบได้  การหมั่นฝึกใช่-แต่อย่าลืมเติมเทคนิคเข้าไปอย่างสมำ่เสมอในสัดส่วนที่เหมาะสม……..
ในหนังสือของ Murakami  มีอยุ่ตอนทีพูดเปรียบเรื่องม้างานกับม้าแข่ง
ผมเชื่อว่าบางอย่างควรมีจุดสมดุล  จุดพอดี  อย่างกรณีเรื่องกล้องที่พูดถึงตอนต้น   ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ผมมองว่าการว่ายน้ำน่าจะเอาเกณฑ์ที่  200 เมตรเป็นหลัก ความอึดควรมีแต่ก็ต้องมีความสมดุลพอดีไม่มากเกินไป  เราไม่ได้แข่งไตรกรีฑา  หรือเข้าสุ่สมรภูมิรบที่อาจจะต้องโดนข้าศึกล้อมฐานที่ตั้งเป็นสัปดาห์-เป็นเดือน
กฏกติกาที่เปลี่ยนไปอย่างกีฬาแบตมินตัน  พอเปลี่ยนมานับแต้มแบบแรลลี่   การฝึกซ้อมเรื่องความอึดก็น่าจะปรับเปลี่ยนไปด้วย  เพราะระยะทางและระยะเวลาลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เทคนิคไม่ดีมีผลยังไงลองดูจากคลิป 50 เมตรท่ากบ   ลุ่ 5 … ถ้าเทคนิคดี เทคมาร์ก-กลับตัวทำสตีมไลน์มีประสิทธิภาพ  ที่ 1 จะเหลือเหรอ
ว่าแล้วก็มาฟัง Oh Carol ของ Neil Sedaka กัน

It’s Not About Winning Ugly


Lance Armstrong – Wikipedia

Brad Gilbert – Wikipedia

หนังสือ 2 เล่มที่อ่านสนุกและน่าทึ่งมาก  ๆ

เล่มแรกข้อมูลในเนทเพียบ   อ่านแล้วทึ่งจริง ๆ กับทัศนคติและความมุ่งมั่นของ แลนซ์ อาร์มสตรอง     การเอาชนะโรคร้ายและกลับมาชนะการแข่งขันอีกครั้ง  ขนาดที่ว่ามีคนทัศนคติลบตั้งข้อสังเกตว่าที่ชนะ   เพราะไปทำอะไรเสริมพลังตอนรักษามะเร็งกับหมอมา….ป่าว   คนคิดได้ขนาดนี้ถ้าจะเป็นแฟนพันธุ์แท้หนังคนเหล็ก  แกจะอินมากกว่าคนธรรมดาเลยคิดไปเร่ยเป่ยได้ขนาดนี้    ลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในหนังสือก็อ่านสนุก ไม่จำกัดเพศวัย     ไม่จำกัดประสบการณ์ของผู้อ่าน  จะปั่นจักรยานเรือนแสน   จะปั่นอามุยข้ามทวีปมาก่อน  ปั่นเฟสสันไปจ่ายกาด

เล่มสองนี่เล่นเอาเขว  หลงทาง  กะ่จะหาอะไร ๆ ทีเป็น Brad Gilbert  เพิ่มเติม  ดันหลงไปดูรูป-คลิป  ของคนสวยวงการเทนนิส Ana Ivanović

กว่าจะถอนตัวเข้าเรื่อง  ก็หลายอยู่…… Winning ugly เป็นเรื่องของสติ-สมาธิในเกมส์การแข่งขัน       สำหรับเกมส์ที่มวยวัดหาญมาลงสนามกับมวยสถาบัน  หรือมวยสถาบันเหมือนกันแต่ความแน่นของแกรมม่าสุ้กันไม่ได้ เสริพลูกก็ไม่หนักแบบ  Andy Roddick   โฟแฮนด์ก็ไม่เนี๊ยบแบบ  Jim Courier   แบคแฮนด์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง     โดนยำวิ่งหัวซุกหัวซุนอยู่ในสนาม …….. ทันใดนั้น  ภาพซูมไปที่ใบหน้าทะลุเข้าไปที่สมอง เป็นภาพสเปเชี่ยลเทคนิคทางคอมพิวเตอร์   ประจุไฟฟ้ามากมายในสมองกำลังแตกตัว    ปิ๊บ ปั๊บ…  ปิ๊บ  ปั๊บ   ตัดมาเป็นมีเดี้ยมชอตนักเทนนิสดนที่โดยยำเมื่อตะกี้   เอาผ้าเช็ดตัวปกหัว  กำลังซดกล้วยหอมเพื่อบรรเทาประจุไฟฟ้าที่กำลังแตกแบบนันสตอป…………………………………………………..

แล้วผลสุดท้ายเป็นไง    คนดูเป่าปากกลับมาเอาใจช่วย    มองจุดอ่อนของคู่ต่อสุ้แล้วเก็บสแปไปเร่ย ๆ   ห้าสิบห้าสิบขึ้นแซงและชนะไปในที่สุด   ส่วนหมอที่ยำเราเมื่อครึ่งแรกก็หันไปยำแรกเกตของตัวเเองแทน…… จบ

ปัจจุบันน่าเป้นห่วงนะครับ  เพราะเราไม่ได้ใช้สติ-สมาธิ  แต่ไปใช้อคติเข้าห้ำหั่นกัน   แล้วเอาสำนวนนี้กล่าวหากัน….  ugly winning  กลายเป็น winning ugly      เป็นซะงั้นไป

นอกจากมีสตื  สมาธิแล้ว  ในเกมส์ต่าง ๆ ที่ดวลกันแบบคนละฟาก  มีเนทคั่นกลาง     50-99 %  การชนะ-แพ้อยู่ที่ผู้เล่นเป็นผู้กุมชะตาการแข่งขัน (ต้องอ่าน Miyamoto Musashi )  ถ้าวันบายวันยิ่งชัดมาก    อย่าลืมว่าโคชก็คือโคชไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเราต้องเอามาผนึกหลอมเข้ากับความเป็นเาร คำเตือนคำสอนของครูของโคชต้องไม่ละเลย   คอร์ดกับเมโลดี้ต้องแอพพลายได้      ถ้ากี่เพลงต่อกี่เพลงเหมือนกันหมด   มือซ้ายที่เล่นคอร์ดต้องเบรคเป็น     มันทำให้เพลงเปลี่ยนไป  อารมณ์เปลี่ยน  สำหรับเกมส์มันหมายถึงชัยชนะ……และยังมะงุมมะงาหราแบบเดิม ๆ ต่อไป…..เสร็จ บะ-ก้อง-ด้อง …..    อย่ารีเทิอร์นลูกอัตโนมัติตามสัญชาตญาณเคยชิน  หรือรีเทิอร์นลูกตามเกมส์ที่คู่ต่อสู้จับทาง-กำหนดทางไว้ให้…..   ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนตัวเอง…… ถ้าใครอ่าน Musashi   จะเห็นว่าวิถีทางของซามูไรมีชนะกับตาย   ไม่ก็พิการ…..โหดมาก       ซึ่ง เราจะเห็นคลิปการหัวซุกหัวซุนคะมำหงายเก๋งบนสนามอยู่บ่อย ๆ  ในการแข่งขันทั้งแบตมินตันและเทนนิส

การแข่งขันชายเดี่ยวรอบไฟนอลระดับเวิร์ลแชมเปี้ยนของกีฬาสองประเภทนี้ดูมันมากจริง ๆ   การหลอกหน้าไม้ ( Trick shots   ) การวางลูก  ในกีฬาแบตมินตัน  ซึ่งซูเปอร์สตาร์ใหม่  ๆ  …..สุดยอดมาก ๆ ไม่มีเสิร์ฟเอซ      …..เสริพ-วางลูกให้ดี……ระวังไม้  สาม  สี่……. ปั้ง ง ง ง.

Pete Sampras – Wikipedia

Boris Becker – Wikipedia

Gustavo Kuerten – Wikipedia

K2 / MIYAMOTO MUSASHI


K2 (film) 1991

จากที่ได้อ่านหนังสือเรื่อง Into Thin Air ของ John Krakauer   แปลโดยอินทนนท์……เฉพาะคำนิยมจากนักเขียน 3 ท่าน เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ,ธีรภาพ โลหิตกุล, วินทร์ เลียววาริณ……ก็อึ้งละ     เป็นบันทึกโศกนาฏกรรมสะเทือนอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริงบนเอเวอเรสต์ ปี คศ 1996 ของ John Krakauer เรื่องย่อต่าง ๆ สามารถหาอ่านได้จากหลายที่……. อ่านแล้วอดที่จะนำมาโยงกับประโยคจากหนังเรื่องที่แล้วไม่ได้    …..   จุดสมดุลของชีวิต   ถ้าเป็นป้อต่อนลูกตูนอาจจะแซว   “…. เฮาะ  จุดสมดุลหยังมาสูงแต๊ะสูงว่า ”  ….. บนเอเวอเรสต์ไม่มีแม้วให้แซวมีแต่เชอปา  ไม่มีโหม้งหมีควาย  ถ้าตกโหม้งน้ำแข็งก็เรียบร้อย  หนาวสุด ๆ ติดลบ……  ตอนท้ายสุดของเรื่องที่ผู้เขียนขมขื่นกับจดหมายทีเ่ญาติผู้เสียชีวิตเขียนมาเชิงตำหนิ…..  ทำให้นึกถึงความรูสึกอันหนึ่งที่ ดร. สุวินัย ได้เล่าพาดพิงถึง อ. เสกสรรค์ ตอนลงจากเขา ….. เห็นเด็กขายพวงมาลัยผ่านหน้า   ก็รู้สึกเอ่อท้นขึ้นมา   ถึงการต่อสู้ที่ผ่านมา …….  เสียใจจริง  ๆ ที่ไม่สามารถช่วยหนูได้  เหตุการณ์จะไม่เหมือนกันแต่ความรูสึกคับแค้นใจน่าจะอยุ่ในอารมณ์เดียวกัน

ก่อนหน้านี้เคยอ่านอยู่เรื่องเป็นผู้หญิงขึ้นเขาเอเวอเรสต์  และได้ดู้หนังเกี่ยวกับการปีนเขาอยู่ 2 เรื่อง K2 กับ Vertical Limit ….. ก็เลยเอามาประมวลผลรวมกัน……. ทั้งหมดน่าดูน่าอ่าน  แต่จะขอโฟกัสไปที่ K2 ละกันเพราะเรื่องนี้ดูตั้งแต่….. นานพอดู  ตอนนั้น VHS กำลังเฟื่อง   ยังประทับใจเนื้อเรื่องและโดยเฉพาะสะดุดกับเพลงประกอบอย่างจัง ๆ แต่ไม่มีข้อมูลอะไรที่จะค้นหาติดตามเหมือนปัจจุบัน…… ผู้กำกับ Franc Roddam  ……เป็นมือกำกับระดับหนังสารคดีนี่เอง  ถึงว่าแต่ละซีนสวยมั่ก  ๆ  เพลงประกอบโดย Hans Zimmer …. ตอนนั้นไม่รู้ข้อมุลอะไรทั้งนั้น  รู้แต่ว่าอารมณ์เพลงอย่างกับ Pink Floyd …. ก็เท่านั้นเอง  อยากรู้ว่าเพลงเป็นไงลองพิมพ์  Hans Zimmer .ใน  Youtube ดู     ใครที่ดู Mission impossible  ก็ Theme ประกอบหนังนั่นแหละ    รุ่น Tom Cruise นะ ไม่ใช่หนังทีวีสมัย  Greg Morris   ……   ชอบโปรยหัวเรื่องของคนคอมเม้นท่านหนึ่งขึ้นหัวเรื่องได้โดนใจดี    One of the most realistic mountaineering movies available. คอมเม้นทีไม่ยกนิ้วก็มี…. ประมาณว่าต่างขั้ว ….. ถ้ามีประสบการณ์ด้านนี้ถ้าจะเข้าร่วมเม้นกับเค้าซักหน่อย   แต่นี่ขนาดรับน้องขึ้นดอยก็ยังเบี้ยว  …. โฮะ

ยอดเขาเคทู

Hans Zimmer

Ice axe wikipedia

ไต่ฟ้ากระชากฝัน (Into Thin Air)

Into Thin Air: Death on Everest (TV 1997) – IMDb

มูซาชิฉบับท่าพระจันทร์

ดูรูป   ขวานน้ำแข็ง  Ice axe  แล้วมาต่อกันด้วย ดาบซามุไร  Katana …… อ่านไปมันไป  ตอนนั้นได้เขียน mind map คั่นหนังสืออ่านไปเขียนไป…..จะเอาใว้ลำดับเรื่องเล่าให้กับเด็ก  2 คนฟังก่อนนอน…..  ได้รู้เพิ่มเติมว่ามีฉบับกาตูนด้วย…….  เรื่องราวต้นฉบับเดิมจะยาว  เป็นตำนานคล้ายกับมหากาพย์สามก๊กของจีนแต่นี่เป็นญี่ปุ่น  ผู้เขียนเอามาเรียบเรียงใหม่จาก 1 TB เหลือ 1 G ….. หุ หุ    คุ้มครับสนุกมั่ก ๆ

ประวัติ ดร. สุวินัย ภรณวลัย

Miyamoto Musashi – Wikipedia, the free encyclopedia

ซามูไรดาบคู่ มิยาโมโตะ มูซาชิ Miyamoto Musashi

Eat Pray Love / ว่ายน้ำ แมงมัน เห็ดถอบ


Eat Pray Love – Official Sony Pictures International Movie Site

ดุหนังเรื่องนี้แล้วอยากจะไปบาหลี, ชวา อยากเห็นศิลปะแท้ ๆ ของดั้งเดิม  ….คงเป็นทริปที่มีเค้าโครงของความเป็นจริง มากกว่าทริปฝันที่จะไปดูอารยธรรมเก่าแก่ของโลก อย่างอินคาหรือมายาในลาตินอเมริกา

คอนเซปหนังเรื่องนี้อยู่ที่คำว่า   meditation  …… ถ้าเห็นใบปิดหนังส่วนใหญ่ที่เผยแพร่กันหนัก  ๆ  ดูแล้วต้องเขวแน่     นึกว่าหนังกุ๊กกิ๊ก ที่ไหนได้…… แทบจะหาคอมเมนในเวบประเทศไทยไม่เจอ    เจออยู่หนึ่งเดียวก็แบบว่า    ผมดูไปหลับไป …อะ (บางทีจะเข้าสมาธิอยู่ก็ได้แต่เข้าใจไปว่าตัวเองหลับอยู่)……เพราะฉะนั้น     รูปที่เลือกมาแปะที่บลอค   รูปนี้แหละจึงเป็นรูปที่ใช่สุด  …..

เรื่องราวของสาวว้าวุ่นในจิตใจต้องเข้าพึ่งการสงบสติ  ทำสมาธิ  Julia Roberts แสดงได้ดี     ดีแบบที่แสดงใน Erin Brockovich  แบบนั้นแหละ

Ketut ตัวละคอนในเรื่องกล่าวว่า  การผิดพลาดในความรักบางครั้งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่สมดุล   (To lose balance sometimes for love is part of living a balanced life.) และยังแนะนำอีกด้วยว่าถ้าจะยิ้มแล้วละก้อ  ต้องให้มันออกมาจากตับเลย

บาหลี – วิกิพีเดีย

บรมพุทโธ – วิกิพีเดีย

ในหนังจะมีฉากที่ตลาดมีผลไม้ เง้นาะ ทุเรียน  บทสนทนาเริ่มตั้งแต่อิตาลีมาจนถึงบาหลีสำเนียงก็จะแบบ รอเรือรัว ๆ ทั้งหมดเลย  อดนึกถึงลุงมาเลย์  สมัยเด็ก ๆ  ไม่ได้        ทุกปีลุงจะมาเที่ยวเมืองไทยพักเกสเฮาส์ใกล้ ๆ กับที่บ้าน     ช่วงเย็นก็จะแวะมาคุยภาษาอังกฤษแบบเนี๊ย  ….มันก็ชัดดีนา      ตอนที่ดู   คริส อันซีน  ก็เข้าใจอารมณ์คนเล่าเป็นอย่างดีเลย

อากาศร้อนอบอ้าว ………รูปภาพโทนสีฟ้า น่าจะช่วยให้บรรยากาศรู้สึกดีขึ้น

หลายปีก่อนฝนปรอย ๆ   มองเห็นเป็นสายฝนเล้ก  ๆ  โปรยปรายผ่านสปอร์ทไลท์ที่เซนเตอร์คอร์ด     แมงสารพัดแมงบินกันว่อน       เก็บลูกเทนนิสใส่ตะกร้าไป    เก็บแมงมันไป   ….. ใส่ในขวดน้ำดื่ม

อาทิตย์ก่อนมาอีกละ     ในกล่องใส่ไอติมเนสเลย์

ฝีมือใครหว่า….. ก็ถึงว่า     ว่ายน้ำอะไรจะเลิกดึกขนาดนี้  มัวไปเก็บแมงมันนี่เอง

อ่านบลอค  eatable plant  นอกจากพืชกินได้ยังมีแมงกินได้ด้วย  ….ไม่รู้ที่อื่นเค้ากินเจ้าตัวนี้เหมือนบ้านเราหรือป่าว    ช่วงนี้เห็ดถอบยังไม่ค่อยเห็น  …… สองเมนูนี้สุดยอดไปเลย

แมงมัน – วิกิพีเดีย

เห็ดเผาะ – วิกิพีเดีย