Fur Elise


หลังจากที่ M-h  M-b ได้อ่านหนังสือ แอนน์ แฟรงค์ (ฉบับการ์ตูน) จบลง  ทั้งสองก็ตั้งคำถามและให้ความสนใจในเรื่องของยิวกับ นาซี….ทำไม  ทำไม  ทำ-ทำไม  และอยากจะรู้เรื่องราวต่อไปในอื่น ๆ

มีภาพยนต์อยู่หลายเรื่องที่เกี่ยวกับนาซีที่ดูผ่านมา  ก็ได้เลือกเอา Inglourious Basterds ของ  Quentin Jerome Tarantino

ที่โ่ด่งดังสุด ๆ กับหนังเรื่อง Kill Bill  โดย ฺBill แสดงโดย  David Carradine    เดวิดที่เล่นหนังเป็น เคน ( Kwai Chang Caine ) ใน Kung Fu TV Series 1972–1975

ยุทธการเดือดเชือดนาซี (ชื่อไทยของ  Inglourious Basterds ) เนื่องจากมีความใกล้เคียงกับกาตูนที่อ่านมากที่สุด  ดูไปแนะนำกันไป เพราะหนังของ เควนติน  จะขึ้นชื่อเรื่องติดเรท   แต่ดูค่อนข้างง่าย     โดยความเห็นส่วนตัว      หนังของแกจะคล้ายกาตูน  พลอตเรื่องมุมมอง  อย่าง Desperado , Kill Bill …. แต่  Kill Bill  นี่ขอเก็บไว้ก่อน

เมื่อพูดถึงหนังยิว-นาซี  ก็คงจะไม่มีเรื่องไหนกิน Schindler’s List (1993)  ของสปีลเบิร์ก  กับ The Pianist (2002)  ของโรมัน โปลันสกี้  อาจจะมีเรื่องอื่นอีก  แต่ … เท่าที่รู้-เคยดูมา

หลังจากเอามาดูอีกครั้งพร้อมกัยเยาวชนรุ่นใหม่พร้อมอธิบายไปด้วย   ก็สนใจกันใช้ได้เลย  แต่ถ้าจู่ ๆ  เอามาเปิดให้ดู  รับรองโนเวย์    หลาย ๆอย่างที่ผ่านมาก็เหมือนกัน     ….  อยากเล่น   Moon Light sonata  เพราะได้ฟังมาจากกาตูนซีรี่โคนัน  อยากเล่น Eine Kline Nacht Music  จากโฆษณา ไอศครีม Swensens  หรือ Hungarian Dance จาก โฆษณา KPN

ยุทธการเดือดเชือดนาซี  ผมชอบฉากแรกของเรื่องมาก  เริ่มจาก เพลง  Fur Elise  กล้องจับภาพลองชอตรถนาซีแล่นเข้ามา  ภาพค่อยซูมให้เห็นสีหน้าของเจ้าของฟาร์มไปจน…. โชแชนน่า  วิ่งแบบสุดขีดและปล่อยโฮออกมา

หลังจากดูจบผมเอาโนทเพลง Fur Elise มาปัดฝุ่นใหม่  ….. ไม่ค่อยยาก    แต่เล่นยังไงให้พริ้วได้อารมณ์นี่อีกเรื่อง  เด็ก ๆ ก็ไม่สนใจที่จะเล่น  จะชอบเล่นเพลงทีจังหวะสนุก ๆ  ซะส่วนใหญ่   งานนี้  Fur Elise  ได้แจ้งเกิดละ

ยุทธการเดือดเชือดนาซี – วิกิพีเดีย

Inglourious Basterds – Wikipedia

Anne Frank – Wikipedia

อันเนอ ฟรังค์ – วิกิพีเดีย

 

Für Elise – Wikipedia, the free encyclopedia

Schindler’s List – Wikipedia, the free encyclopedia

Advertisements

Trapped & The River wild


Director:Luis Mandoki

ผู้กำกับคนเดียวกับ Innocent Voices

อ่านพาดหัวบนแผ่นปิด  It was the perfect crime ….ตัดสินกันเอาเองเหอะ

ก็มาจากดูหนังเรื่อง Red eye 2005  Director:Wes Craven จบลง  หนังเรื่องนี้นำแสดงโดย Rachel McAdams กับ Cillian Murphy

…… อดนึกถึงหนังเรื่ิอง  Trapped  ไม่ได้     เพราะเป็น หนังแนวเดียวกัน    ทั้งสองเรื่องผู้แสดง-ผู้กำกับ   สร้างเหตุการณ์คั้นอารมณ์ผู้ดุให้ระทึก
ลุ้น  หนังไม่ได้มีอะไรมากนัก   แต่ถ้าเราโฟกัสที่คอนเสพของหนัง  เราดูที่การเล่นบทการกำกับการแสดง จะสนุก    ศิลปะในการทำอย่างไรให้เรื่องราวของการขู่กรรโชกระหว่างฆาตกรกับเหยื่อ    ให้ผู้ชมลุ้น   อธิบายไม่ถูก    ถ้าเคยดูหนังหนังเรื่อง Phone Booth (2002)   กับ Collateral (2004)     …..    ส่วน สองเรื่องนี้  Trapped ดูจะสมเหตุผลมากกว่า เพราะ Red eye  บทที่เขียนให้กับตัวฆาตกรดูจะเจ๊าแจ๊ะเกิน  บทของตัวร้ายที่โคตรร้ายดูจะพลาดท่าแบบหน่อมแน้มไปหน่อย …..เปรียบลีลาการแสงระหว่าง   Kevin Bacon  กับ  Cillian Murphy   คนแรกจะดูโหดลึกกว่า ส่วนลูกกะตาของสองฆาตกร……..คนหลังถ้าจะลึกกว่า    เหยื่อ  Charlize Theron กับ Dakota Fanning ก็เชื่อขนมกินได้ด้วยบทต่าง ๆ ที่แสดงผ่านมา  ผนวกกับผู้กำกับท่านนี้เข้าไป

Director:Curtis Hanson

อีกเรื่องที Kevin Bacon  รับบทโหดลึก เรื่องนี้ปะทะบทกับ  Meryl Streep

ที่แสดงคู่กับ Dustin Hoffman ในเรื่อง Kramer vs. Kramer

……..ยกตัวอย่างซะไกลเลย

007 February 30


The Italian Job  Official Movie site

Director: F. Gary Gray

pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/italianjob

SHOOTER | Official Movie Site

Director: Antoine Fuqua

ดูหนังเพราะชื่นชอบดาราแสดงนำ    เพราะว่าชอบผู้กำกับ  เพราะว่าเป็นหนังตามกระแส-มีเรตติ้ง   เพราะว่าเป็นหนัง-มีดีกรีรางวัล

ทั้งหมดที่กล่าวมาผมว่าอันที่สองเซฟสุด   เหตุผลแรกนี่เอาแน่นอนไม่ค่อยได้  บางคนเล่นดะไปซะหมดแต่บางคนก็ไม่นะ   เหตุผลที่สาม  อันนี้พิจารณาง่ายดูกับไม่ดู  ถ้าไม่ชอบดาราแสดง  ไม่ชอบผู้กำกับ (เพราะหลาบแล้วกับหนังที่เคยดู )   ก็ฟันโช๊ะไปเลย….ไม่ดู    ส่วนเหตุผลสุดท้ายนี่  คล้าย ๆ กับเหตุผลที่สาม  แต่ที่ดูไม่ดูเพราะต้องการบันเทิง์ในอารมณ์มากกว่า   เหมือนกับเพลงยาก ๆ ….. เอาเก็บไว้ก่อน   เพราะสื่อทีจะให้ดูมีอีกพะเรอเกวียน

ไม่รู้มาก่อนเลยว่าหนังสองเรื่องนี้จะเป้นหนังของผู้กำกับผิวสีทั้งสองคน   เวลาดูหนังฝรั่งจะมีจินตนาการแบบอัตโนมัติว่าเป็นฝรั่งผิวขาว   ไม่มีหลุดจากความรู้สึกนี้เลย  เหมือนแบตมินตันต้องผิวเหลือง ถ้าเป็นฝรั่งก็ต้องยุโรปรูปร่างกำลังดีไม่ไซส์เทนนิสแบบอเมริกัน  และแบตมินตันก้จะไม่มีอิเมจของคนผิวดำเลย

หนังสองเรื่องนี้สนุกมากและเป็นหนังที่ผมใช้เหตุผลอันแรกเป็นตรรกะในการดู  และไม่ผิดหวัง   ติดตามผลงานที่แสดงเกือบทุกเรื่อง  ชอบการแสดงของ Mark Wahlberg…..แสดงได้ดี ดูจริงจังอบอุ่นและแววตาก็แฝงแววขี้เล่น  ตอนทีพระเอก  007  ยังไม่ลงตัวที่ Daniel Craig

ผมนึกถึง Mark Wahlberg นี่แหละ  ผมว่ามาดลุยแนวแอคชั่นที่ผ่านมาเหลือเฟืออยู่แล้ว   ถ้ารับบทเจ้าชู้แบบบอนด์จริง ๆ ก็ไม่น่าจะแพ้ Roger Moore กับ Pierce Brosnan        อืม……อันนี้เป้นจินตนาการเฉพาะบุคคล  ผู้อ่านโปรดใช้ วิจารณญาณ …….. ตัวใครตัวมันนะครับ